กฏหมายคาร์ซีท ในกลุ่มประเทศอาเซียน

ประเทศไทย
การยกเว้นภาษีนำเข้าคาร์ซีทเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน สนับสนุนด้านความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายของประชาชน ส่งเสริมให้เกิดการใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กและเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายพระราชบัญญัติจราจรทางบกฉบับที่ 13 ตามมาตรา 7 ได้กำหนดให้ในขณะขับรถยนต์ คนโดยสารที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ต้องจัดให้นั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือนั่งในที่นั่งพิเศษสำหรับเด็กเพื่อป้องกันอันตราย ซึ่งหากฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท โดยพระราชบัญญัติดังกล่าวจะ
ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 120 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2565 มีผลใช้บังคับวันที่ 4 กันยายน 2565)
กฎหมายบังคับใช้ คาร์ซีท ในต่างประเทศ
มาเลเซีย
•    กฎหมายฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2020 โดยอนุญาตให้ใช้คาร์ซีทประเภทแบบหันหน้าไปทางด้านหลังของรถยนต์ (Rear-Facing Seat) กับเด็กเล็กอายุไม่เกิน 18 เดือน หรือมีน้ำหนักตัวไม่เกิน 29 ปอนด์
•    คาร์ซีทแบบหันไปทางหน้ารถยนต์ (Forward-Facing Seat) ใช้กับเด็กอายุไม่เกิน 4 ปี หรือมีน้ำหนักตัวไม่เกิน 40 ปอนด์ และเบาะนั่งเสริม (Booster) ใช้กับเด็กอายุไม่เกิน 7 ปี และส่วนสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร ในกรณีที่ผู้ปกครองไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจะเสียค่าปรับ 2,000 ริงกิต
•    ไม่ต้องใช้คาร์ซีทในรถแท็กซี่

สิงคโปร์
•    อนุญาตให้ใช้คาร์ซีทประเภทแบบหันหน้าไปทางด้านหลังของรถยนต์ (Rear-Facing Seat)กับเด็กเล็กอายุไม่เกิน 9 เดือน หรือมีน้ำหนักตัวไม่เกิน 22 ปอนด์ ส่วนคาร์ซีทแบบหันไปทางหน้ารถยนต์(Forward-Facing Seat) ใช้กับเด็กอายุไม่เกิน 4 ปี หรือมีน้ำหนักตัวไม่เกิน 39 ปอนด์ และเบาะนั่งเสริม (Booster) ใช้กับเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี มีน้ำหนักตัวไม่เกิน 55 ปอนด์ และส่วนสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร ในกรณีที่ผู้ปกครองไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจะเสียค่าปรับสูงถึง 1,000  ดอลลาร์สิงคโปร์และจำคุก 3 เดือน
•    ไม่ต้องใช้คาร์ซีทในรถแท็กซี่ เพราะแท็กซี่ได้รับการยกเว้นด้วยกฎหมายว่าด้วยการควบคุมเด็ก
•    องค์การสหประชาชาติได้กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก โดยออกคำสั่งห้ามที่นั่งเสริมแบบไม่มีพนักพิงสำหรับเด็กที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 22 กก. และสูงต่ำกว่า 125 เซนติเมตร
ญี่ปุ่น
•    กฎหมายของญี่ปุ่นไม่ได้เข้มงวดเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ประเภทของคาร์ซีทใช้และตำแหน่งที่นั่งมากนัก แต่กฎหมายมีแนวทางให้ปฏิบัติตาม โดยให้ใช้คาร์ซีทแบบหันหน้าไปทางด้านหลัง (Rear-Facing Car Seat) จนกว่าเด็กจะอายุครบ  2 ปี หรือมีน้ำหนักไม่เกิน 9 กิโลกรัม (20 ปอนด์)
•    ส่วนคาร์ซีทแบบหันไปทางหน้ารถยนต์ (Forward Facing Car Seat) ให้ใช้สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี หรือมีน้ำหนักไม่เกิน 18 กิโลกรัม (40 ปอนด์) และเบาะเสริม (Booster Seat) สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี และมีน้ำหนักไม่เกิน 36 กิโลกรัม (80 ปอนด์)

 ฟิลิปปินส์
•    คาร์ซีทที่ได้รับอนุญาตจะต้องได้รับเครื่องหมายมาตรฐานของประเทศฟิลิปปินส์ โดยคาร์ซีทประเภทแบบหันหน้าไปทางด้านหลังของรถยนต์ (Rear-Facing Seat) และแบบหันไปทางหน้ารถยนต์ (Forward-Facing Seat) ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีใช้ ส่วนน้ำหนักและส่วนสูงของเด็กตามที่ผู้ผลิตระบุ
•    ส่วนคาร์ซีทประเภทเบาะนั่งเสริม (Booster) บังคับใช้กับเด็กไม่เกินอายุไม่เกิน 12 ปี และส่วนสูงไม่เกิน 150 เซนติเมตร
•    ค่าปรับกรณีฝ่าฝืนโดยไม่ได้ให้เด็กใช้ Car Seat หรือเบาะนั่งเสริมจะถูกปรับเป็นเงินจำนวน 1,000 เปโซ สำหรับความผิดครั้งแรก และ 2,000 เปโซ สำหรับความผิดครั้งที่สอง และ 5,000 เปโซ สำหรับความผิดครั้งที่สาม นอกจากนี้ยึดใบอนุญาตขับรถยนต์ 1 ปี ในกรณีหากพบว่ามีการปลอมแปลงเครื่องหมายมาตรฐานฟิลิปปินส์จะถูกปรับเป็นเงิน 50,000 – 100,000 เปโซ
•    ไม่ต้องใช้คาร์ซีทในรถแท็กซี่

 


image รูปภาพ


คะแนนโหวต :
บทความที่น่าสนใจ
บทความยอดนิยม
Tag