วันที่ 24-25 กันยายน 2569 จังหวัดสตูลลงพื้นที่พูดคุยและสร้างความเข้าใจกับชุมชนเกาะหลีเป๊ะ เรื่องการศึกษาความเป็นไปได้ของเครื่องบินทะเล (Seaplane) บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและสร้างสรรค์ ด้านตัวแทนชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับผู้แทนคณะทำงานในระดับพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้อากาศยานขึ้นลงบนผิวน้ำ (Seaplane) จังหวัดสตูล เห็นตรงกันว่า เป็นโอกาสดีในการพัฒนาทางเลือกการเดินทางใหม่ๆ โดยยึดหลักต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและวิถีประมงพื้นบ้าน
สืบเนื่องจากการลงพื้นที่ตรวจราชการของ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ซึ่งได้มอบหมายให้จังหวัดสตูลจัดตั้งคณะทำงานร่วมระดับพื้นที่ เพื่อศึกษาความต้องการและศักยภาพในการพัฒนาจุดขึ้นลงอากาศยานบนผิวน้ำ (Seaplane) พร้อมรวบรวมข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอเบื้องต้นรายงานต่อกระทรวงคมนาคมภายใน 30 วัน
.
ล่าสุด นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ในฐานะประธานคณะทำงานร่วมระดับพื้นที่ฯ ได้มอบหมายให้ นายธนพัฒน์ เด่นบุรณะ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล นำคณะทำงานฯ ลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ อำเภอเมือง จังหวัดสตูล โดยบรรยากาศการลงพื้นที่เกิดความร่วมมือเป็นอย่างดี
มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างผู้แทนคณะทำงานของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.), บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.), กรมท่าอากาศยาน(ทย.), หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตา, ผู้แทนสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสตูล, ปลัดอำเภอประจำตำบลเกาะสาหร่าย (ส่วนหน้าเกาะหลีเป๊ะ), รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสาหร่าย พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างใกล้ชิด
.
การลงพื้นที่ครั้งนี้เน้นการหารือเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง โดย ผู้แทนจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า การพิจารณาจุดขึ้นลงของ Seaplane นั้น ทาง กพท. จะประเมินจากมาตรฐานความปลอดภัยเป็นสำคัญ ควบคู่ไปกับการออกแบบเส้นทางบินที่จะต้องไม่รบกวนธรรมชาติ ซึ่งพร้อมที่จะรับฟังบริบทของพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องและกลมกลืนไปกับวิถีชีวิตของชุมชนมากที่สุด
ทางด้าน ผู้ใหญ่บ้านและตัวแทนชาวบ้าน ที่มาร่วมรับฟัง ต่างร่วมแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันในเชิงบวก โดยมองว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่จะมีการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นในพื้นที่ เพราะมองว่า Seaplane จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเดินทางที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก ทั้งในแง่ของการท่องเที่ยวและการเดินทางทั่วไป
.
พร้อมกันนี้ ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคประชาชนต่างเห็นพ้องร่วมกันว่า หากโครงการนี้เกิดขึ้นจริงในอนาคต จะต้องร่วมมือกันสำรวจหาจุดขึ้นลงที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้การพัฒนาดำเนินไปได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล ไม่ทำลายระบบนิเวศ และที่สำคัญคือต้องไม่รบกวนพื้นที่ทำกินของชาวประมงพื้นบ้าน รวมทั้งช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน การเปิดพื้นที่พูดคุยในครั้งนี้ ทำให้ได้ข้อมูลที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ซึ่งคณะทำงานฯ จะนำข้อมูลสภาพพื้นที่จริง ตลอดจนความคิดเห็นที่สอดคล้องกันของชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปประกอบการวิเคราะห์เพื่อจัดทำรายงานข้อเสนอที่มาจากเสียงของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง ส่งต่อให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป