โอกาสแรงงานไทย ภายหลังการฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ
โอกาสแรงงานไทย ภายหลังการฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ
------------------------
จากการเยือนซาอุดีอาระเบียของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระหว่างวันที่ 25-26 ม.ค. ที่ผ่านมา นับเป็นการเยือนของผู้นำรัฐบาลไทยครั้งแรก ในรอบ 32 ปี และเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ที่ส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจ ทั้งภาคการท่องเที่ยวและโอกาสของแรงงานไทยในตะวันออกกลาง
ล่าสุดครม. มีมติเห็นชอบร่างข้อตกลงด้านแรงงานระหว่างกระทรวงแรงงานกับกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดีอาระเบีย จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่
(1) ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานทํางานบ้านระหว่างกระทรวงแรงงานแห่ง ราชอาณาจักรไทยและกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และ การพัฒนาสังคมแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย (Draft Agreement on Domestic Workers Recruitment between the Ministry of Labour of the Kingdom of Thailand and the Ministry of Human Resources and Social Development of the Kingdom of Saudi Arabia)
(2) ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานระหว่างกระทรวงแรงงานแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ( Draft Agreement on Workers Recruitment between the Ministry of Labour of the Kingdom of Thailand and the Ministry of Human Resources and Social Development of the Kingdom of Saudi Arabia)
.
โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ลงนามข้อตกลงในนามของฝ่ายไทย ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมซาอุดีอาระเบียหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย โดยคาดว่าคณะผู้เดินทางจากซาอุดีอาระเบียจะเดินทางมาไทยในช่วงวันที่ 5-7 มี.ค. 65 ซึ่งจะมีการลงนามข้อตกลงดังกล่าวในวันที่ 7 มี.ค. 65 นี้
.
ประโยชน์ที่เกิดจากร่างข้อตกลงดังกล่าว จะทำให้การจัดหาผู้ที่ต้องการไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบียเป็นไปตามกฎหมาย มีจริยธรรม ได้รับการคุ้มครองสิทธิของนายจ้างและลูกจ้าง ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันทำระบบที่ได้รับการยอมรับ ทั้งการจัดหา การจัดส่งคนไปทำงาน และการส่งแรงงานกลับประเทศ
.
กระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดีอาระเบีย มีหน้าที่รับผิดชอบในการระบุคุณสมบัติและประเภทของงานที่เสนอให้มีการจัดหาแรงงาน รวมทั้งค่าจ้าง ผลประโยชน์ และเงื่อนไขอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และสร้างความมั่นใจว่าสวัสดิการและสิทธิของแรงงานไทย ที่ได้รับการว่าจ้างทำงานในซาอุดีอาระเบียได้รับการคุ้มครอง
.
กระทรวงแรงงานมีหน้าที่สร้างความมั่นใจว่าแรงงานที่จัดหา ตรงตามเงื่อนไขทางด้านสุขภาพ และปราศจากโรคติดต่อ เป็นผู้ไม่มีประวัติเสื่อมเสีย และผ่านการฝึกอบรมทักษะที่เหมาะสม รวมทั้งจะดำเนินการที่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่แรงงานในการเดินทาง ไปยังซาอุดีอาระเบียและการจัดส่งแรงงานกลับคืนสู่ไทย รวมทั้งสนับสนุนให้แรงงานปฏิบัติตามกฎหมาย ศีลธรรม คุณธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะทบทวน ประเมินผล และติดตามการดำเนินการตามข้อตกลงนี้เป็นระยะด้วย
.
ร่างข้อตกลง ฯ นี้ มีผลบังคับใช้ เมื่อมีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร มีระยะเวลา 5 ปี และจะต่ออายุได้อีก 5 ปี โดยอัตโนมัติ เว้นแต่ภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแสดงเจตจำนงระงับหรือสิ้นสุดข้อตกลง
.
นอกจากนี้ในมิติด้านสังคม นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุลอะชีช อัลชะอูด แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบียที่ทรงพระราชทานอัลกุรอานจำนวน 50,060 เล่มแก่ชาวไทยมุสลิม โดยอัลกุรอานที่ทรงพระราชทานให้จะมีขนาดต่างๆ และแปลเป็นภาษาต่าง ๆ โดยได้มีพิธีส่งมอบไปแล้วเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา
.
การส่งมอบดังกล่าวสะท้อนถึงการส่งเสริมความร่วมมือและสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย ที่มีปฏิสัมพันธ์ถึงมิติด้านสังคม รวมถึงบทบาทของไทยที่ได้รับการยอมรับในชุมชนมุสลิมระหว่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริม และสนับสนุนสังคมพหุวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ เสรีภาพและปรองดอง รวมถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์ในสังคม
.
ในด้านการท่องเที่ยว ได้มีเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบิน Saudi Arabian Airlines จากเมืองเจดดาห์ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ได้ถึงประเทศไทยเป็นเที่ยวบินแรก เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 18.05 น. โดยมีคณะนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบีย เดินทางมาไทย จำนวน 71 คน มีการควบคุมให้ไปตามมาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้เที่ยวบินปฐมฤกษ์นี้ถือเป็นหนึ่งปัจจัยความสำเร็จแรกๆจากการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี โดยเส้นทางเที่ยวบินตรง กรุงริยาด – กรุงเทพฯ – กรุงริยาด นี้จะช่วยส่งเสริมการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว และช่วยให้ไทยเป็นประเทศศูนย์กลางการเดินทาง สามารถเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ ได้สะดวก ตลอดจนเป็นโอกาสต่อยอดขยายตลาดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ เช่น ยุโรป และตะวันออกกลาง เป็นต้น
ภาพอินโฟกราฟฟิค : นายปวริศ ชนะพาล สาขาเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลา

image รูปภาพ
image


คะแนนโหวต :